QE คืออะไร แล้วมีผลกระทบอย่างไร?

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ออกมาประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเป็นกรณีฉุกเฉินถึง 1.0% เพื่อเป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้อัตราอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐล่าสุด 0.00-0.25% จากเมื่อต้นเดือนที่ Fed ประกาศปรับลดไปครั้งหนึ่งอยู่ที่ 1% ถึง 1.25%

นอกจากนี้ Fed ยังประกาศนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน หรือ QE อีกมูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาล (Treasury) 5 แสนล้านดอลลาร์ และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน อีก 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มทำการซื้อตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป

หลายๆคนคงจะสงสัยว่า มาตรการQEคืออะไร?

วันนี้แอดมินเอาคำอธิบายง่ายๆมาบอกกันค่ะ 


QE คืออะไร และมันส่งผลอย่างไร


QE หรือ Quantitative Easing คือมาตรการทางการเงินที่รัฐบาลพิมพ์เงินออกมาเพื่อซื้อสินทรัพย์ของ สถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันเอาเงินก้อนนั้นไปปล่อยกู้และสร้างผลตอบแทน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

QE นั้น ถูกใช้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2001-2006 แต่ได้ถูกนำมาใช้เยอะและบ่อยในอเมริกา คนจึงมักคิดว่า QE เป็นมาตรการของอเมริกาเท่านั้น (ซึ่งไม่จริง เพราะประเทศทางยุโรปก็มีการใช้มาตรการ QE เช่นกัน)

แต่เพื่อความรวบรัดเข้าใจง่าย QE ที่เราจะพูดต่อไปนี้จะหมายถึง QE ในประเทศอเมริกา

QE ถูกใช้มากี่ครั้งแล้วหละ…?


QE ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี 2008 โดย Fed (ธนาคารกลางของอเมริกา) ประกาศซื้อสินทรัพย์ $800,000 ล้านบาท (ประมาณ 25 ล้านล้านบาท) จากธนาคารในอเมริกา

QE ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2010 โดย Fed เพิ่มการซื้อสินทรัพย์อีก $600,000 ล้าน (ประมาณ 20 ล้านล้านบาท)

QE ครั้งที่ 3 เกินขึ้นในปี 2012 โดย FED อัดฉีดเงินเพิ่มอีก $40,000 ล้าน (ประมาณ 12 ล้านล้านบาท)

มาตรการ QE ดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลในการช่วยคุมให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศต่ำพอที่จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัวขึ้น ถึงแม้จะไม่มากเท่าที่ Fed ต้องการก็ตาม

ผลกระทบที่ตามมาเห็นได้ชัดในประเทษไทยคือ เวลาที่เงินเพิ่มขึ้นในระบบโลกอย่างรวดเร็ว เงินจำเป็นต้องหาที่ลง และหาแหล่งที่สร้างผลตอบแทนได้ ซึ่งแน่นอนว่าทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ประเทศไทย เป็นที่น่าดึงดูดมากเนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีการเติบโตสูง นั่นจึงทำให้เงินไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วในไทย ในช่วง ปี 2012 และทำให้หุ้นทะยานขึ้นไปถึง 1600+ จุด

QE นั้นยังมีผลในด้านจิตวิทยาและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและสถาบันการเงินในประเทศไทยอีกด้วย

แต่ทว่าเนื่องจากเงินที่ไหลเข้ารวดเร็วในตลาดหุ้นไทยนั้น เป็นเสมือน “เงินร้อน” เพราะเงินที่สถาบันการเงินอเมริกานำเข้ามาซื้อหุ้นในไทย นั้นเป็นเงินที่ “ยืม” มาจาก ธนาคารกลาง และจำเป็นต้องชำระคืน นั่นจึงทำให้เงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2013 ซึ่งทำให้หุ้นไทยดิ่งจาก 1650 มา 1220 ในเวลาไม่กี่เดือน

ทีนี้คงเห็นแล้วนะครับว่า ปรากฎการณ์ QE นั้นอาจเป็นผลดีในระยะสั้นสำหรับตลาดหุ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ก็ให้คำนึงไว้ด้วยว่า QE ก็มีผลในการทำให้คนขาดความเชื่อมั่นในเงินกระดาษ (Fiat money) และอาจเพิ่มความผันผวนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นอีกด้วย


เรียกแบบภาษาชาวบ้านดีกว่า เดี๋ยวจะงง


QE คือการที่แบงก์ชาติอเมริกาพิมพ์เงินออกมาแบบไม่จำกัด พิมพ์ไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเพื่อเอาไปซื้อกระดาษ หนี้เสีย ของเน่าๆ ที่ธนาคารสารพัดแบบถือครองอยู่ที่เกิดขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ขนาดมหึมา ไม่งั้นธนาคารจะเจ๊ง, ส่วนหนึ่งก็มาซื้อหุ้น เพราะคนอเมริกันไม่ออมเงิน แต่เอาเงินมาลงกับตลาดหุ้นกันเกือบหมด ไม่ว่าซื้อตรงๆหรืออ้อมๆเช่นกองทุน ถ้าตลาดหุ้นพัง ก็เท่ากับคนอเมริกันจนลงหรือเจ๊งเลย, เมื่อตลาดหุ้นยังอยู่ มีคนเก็งกำไรกันไปมา คนที่ทำกำไรได้ก็จะได้เอาเงินไปจับจ่าย กิน ใช้ บันเทิงกันต่อ เพื่อให้ตัวเลขการบริโภค ลงทุน ที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเลข GDP มันฟื้นกลับขึ้นมา พยุงคุณภาพชีวิตของคนอเมริกันเอาไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการผลิตของเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมามากขึ้นในอเมริกา


ส่วนเงินอีกส่วนหนึ่งที่เกินมา ก็ให้เป็นหน้าที่ของบรรดากองทุนสารพัดแบบ ไม่ว่าจะส่วนบุคคล บริษัท ออกไปสร้างราคา ทุบราคา แล้วทำกำไร ในตลาดหุ้น อสังหา สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ของประเทศต่างๆทั่วโลกที่เปิดเสรีทางการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปิดกันอยู่แล้ว ไม่งั้นแต่ละประเทศคงไม่ตั้งตลาดหุ้นขึ้นมา พอได้กำไรพอแล้ว ก็ขนกำไรกลับประเทศตัวเอง


ถามต่อว่า ทำไมพิมพ์ได้ไม่จำกัด คำตอบคือ กรูจะพิมพ์ซะอย่าง กรูเป็นมหาอำนาจทางทหารอันดับหนึ่ง กรูไฮเทคที่สุดในโลก พิมพ์ออกมาแล้วใครๆก็ต้องเชื่อกรู ถ้าึงไม่เชื่อเงินที่กรูพิมพ์ออกมา เงินเดิมๆที่ ึงเก็บไว้เป็นทุนสำรองก็เป็นแค่ตัวเลข ขาดทุน เจ๊งไปพร้อมๆกัน


วันที่ 18 มีนาคม 2563 , 13:46

กรุณาล็อคอิน ก่อนแสดงเห็น [คลิกล็อคอิน]


1


ติดต่อ
เบอร์โทร 095 - 9656155
ID Line buntita075
บทเรียนการเทรด
ความรู้พื้นฐาน
ความรู้ระดับชำนาญ
ความรู้ระดับมืออาชีพ
ความรู้ตัวชี้วัด
เว็บบอร์ด
มือใหม่
เครื่องมือในการเทรด
โรบอทเทรด
แนะนำโบรก
การฝาก-ถอน
ข่าวสาร & การวิเคราะห์
แบ่งปันความรู้
Q&A Question/Answer
สัมมนา
สัมมนา
สัมมนาผ่านเว็บ
สินค้าและอีเอฟรี
Free Robot
Course Forex
Forex Basic Course (Online)
Forex Advance Course (Online)
Forex Advance (Live)
หนังสือ
คู่มือการเทรด Forex
ดาวน์โหลด
Free Robot
Indicators
Script
Template
Tools
Platform MT4&MT5
Platform cTrader
ก๊อปปี้เทรด
ผู้นำเทรด
เพิ่มบัญชี
กฏและข้อบังคับ
เกี่ยวกับก๊อปปี้เทรด
ผลงานและกิจกรรม
กลยุทธ์
ทดสอบ Robot
Forward Test Robot
Myfxbook
กิจกรรม
งานสัมนา
สัมภาษณ์สมาชิก
อื่นๆ
ชำระสินค้าและบริการ
ชำระสินค้าและบริการ
เกี่ยวกับฉัน
นโยบายการเปลี่ยน/คืนสินค้า
ความเป็นมา
ประวัติ
ติดต่อ
สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง ("CFDs") เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจและมีความเสี่ยงที่สำคัญต่อการสูญเสียเงินทุนของคุณ เนื่องจากราคาอาจมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และคุณอาจจำเป็นต้องฝากเงินเพิ่มเติมเพื่อรักษาออเดอร์ต่างๆที่คุณได้ซื้อขายไว้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้เหมาะสำหรับลูกค้าทุกคน ดังนั้นโปรดให้แน่ใจว่าคุณได้เข้าใจความเสี่ยงทั้งหมด และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยอิสระ

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใรก่อนการตัดสินใจเพื่อลงทุน
© 2018 krujeabforex.com all right reserved.